ว่าที่ ปธน.กัวเตมาลาคนใหม่หวังแก้ข้อตกลงคนเข้าเมืองกับสหรัฐ

นายอเลฮันโด ยัมมัตเต ซึ่งชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีกัวเตมาลาเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นเผยว่า จะหาทางแก้ไขข้อตกลงคนเข้าเมืองที่รัฐบาลชุดก่อนลงนามกับรัฐบาลสหรัฐเมื่อเดือนก่อน

นายยัมมัตเต วัย 63 ปี เผยกับรอยเตอร์ก่อนประกาศชัยชนะว่า จะหาลู่ทางแก้ไขข้อตกลงคนเมืองที่รัฐบาลประธานาธิบดีจิมมี มอราเลสลงนามไว้กับรัฐบาลสหรัฐเมื่อเดือนก่อนว่าจะให้กัวเตมาเป็นประเทศที่สามที่ปลอดภัย เปิดทางให้สหรัฐสามารถส่งชาวฮอนดูรัสและชาวเอลซัลวาดอร์ที่ไม่ได้ขอลี้ภัยช่วงที่เดินผ่านทางกัวเตมาลา กลับมาพำนักในกัวเตมาลา เป็นข้อตกลงที่ชาวกัวเตมาลาคัดค้าน ถึงขั้นมีการประท้วงปิดถนนหลายสายและยึดมหาวิทยาลัยซานคาร์ลอสมาแล้ว ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพบว่า ชาวกัวเตมาลาคัดค้านถึงร้อยละ 82 ประธานาธิบดีมอราเลสซึ่งไม่สามารถลงเลือกตั้งอีกสมัยตามที่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญลงนามข้อตกลงนี้ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ระงับการลงนามเป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ดี กลุ่มยูเรเซียกรุ๊ปมองว่า หากกัวเตมาลาไม่ทำตามข้อตกลงนี้อาจถูกประธานาธิบดีทรัมป์ตอบโต้ตามที่เคยขู่ว่าจะคว่ำบาตรการท่องเที่ยว เก็บภาษี และเก็บค่าธรรมเนียมเงินที่ชาวกัวเตมาลาในสหรัฐส่งกลับบ้านเกิด ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 12 ของเศรษฐกิจประเทศ โดยเมื่อปีที่แล้วสูงถึง 9,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 285,948 ล้านบาท) เกือบเท่ารายได้จากการส่งออก 10,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 322,845 ล้านบาท) ชาวกัวเตมาลา 17.7 ล้านคน เกือบร้อยละ 60 มีชีวิตความเป็นอยู่ยากจน และมีคดีฆาตกรรมสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือแก๊งอันธพาลในเรื่องยาเสพติดและการกรรโชกทรัพย์